โหนกระแส เปิดฟลอร์ “เพชร กรุที่พล-คิงก่อนบ่าย” ผู้แทนศิลปิน Call out โต้ “สนธิญา” หลังโผล่ 20 รายชื่อถูกตรวจดู เงื่อนวิภาควิจารณ์รัฐบาล

วันที่ 22 ก.ค. 2564 กระแสศิลปิน Call out แปลงเป็นที่เอ่ยถึงอย่างยิ่ง ภายหลังที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ออกมาเตือนศิลปินและนักแสดง ประเด็นการใช้เครือข่ายสังคมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ ผู้กระทำฎหมาย การหยุดธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร และสมัยก่อนผู้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชาเมือง ได้ยื่นขอตำรวจนครบาลตั้งคณะกรรมการดูแล ตรวจดูศิลปิน นักร้องกว่า 20 คน ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์วัววิด-19 ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
จนถึงเมื่อช่วงเวลาเช้าก่อนหน้านี้ นางสาวดนุภา คณาธีรกุล หรือไม่ลลิ แรปเปอร์สาวชื่อดัง 1 ใน 20 ศิลปินและนักร้องคนแรกที่โดนหมายศาล ข้อกล่าวหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา โดยชอบด้วยกฎหมายมาตรา 393 โดยได้เข้ารายงานตัวที่ สถานีตำรวจนางเลิ้ง พร้อมจ่ายค่าปรับปริมาณ 2,000 บาท เป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุด รายการโหนกระแส ที่มีนายกรรชัย เกิดพลอย หรือ “ชายหนุ่ม” เป็นโฆษก ได้เชิญนายสนธิญา สนทนาถึงกรณีดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยเจ้าตัวบอกว่า ตนมิได้ไปฟ้องร้อง แต่คือการใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 41 (2) คือเรื่องของการร้องทุกข์ใส่ร้ายป้ายสีให้กับข้าราชการของเมือง เพื่อตรวจดูหาข้อสรุป โดยยืนยันที่ออกมาร้องทุกข์คราวนี้ ไม่เพียงแต่กรณีของศิลปินนักร้องแค่นั้น แต่รวมทั้งทุกฝ่ายที่เมื่อไรก็ตามที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จและทำให้เกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวายในสถานการณ์ตอนนี้

เมื่อ “ชายหนุ่ม มือรชัย” ถามคำถามว่า สิ่งที่มีคนออกมา Call out เป็นเท็จในส่วนไหน นายสนธิญาบอกว่า มีหลายเรื่องและหลายใจความสำคัญที่สามารถจะมองได้ว่าเท็จหรือเปล่าเท็จ แต่สิ่งที่นำไปให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อตำรวจโปรดพิเคราะห์ ตรวจดูข้อสรุป แม้มีความเห็นว่าเข้าเกณฑ์ที่ส่งผลให้เกิดความทรุดโทรมหรือใดๆ ก็ขอให้เตือน

นอกจากนั้น นายสนธิญายังย้ำว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนประเทศไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ทุกคนมีสิทธิความอิสระสำหรับเพื่อการที่จะพูดอ่าน เขียน หรือถาม ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 4 กำหนดไว้แจ่มแจ้งเลยว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เกิดมาในประเทศไทย และเป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่แม้เป็นในช่วงสถานการณ์รีบด่วน หากการโพสต์หรือใดๆที่ไปละเมิดสิทธิหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนงงงันในสังคม ชุมชน ในส่วนนั้นก็ควรจะมีเรื่องของข้อบังคับเข้ามาเกี่ยวเนื่องอยู่ด้วยเหมือนกัน

ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ ทางรายการได้โฟนอินถึงนายกรุณพล เทียนกาญจน์ หรือ “เพชร” หนึ่งในนักแสดงที่มีชื่ออยู่ใน 20 ศิลปิน นักร้อง ที่ออกมา Call out โดยนายกรุณพล ได้ถามถึงนายสนธิญาว่า
“คุณสนธิญาเป็นคนใดกันเหรอนะครับถึงมีสิทธิ์สำหรับเพื่อการมาวินิจฉัยคนนั้นคนนี้ว่าสิ่งที่เขาทำมันถูก มันไม่ถูกกฎหมาย คุณสนธิญาเป็นศาลเหรอนะครับ คุณสนธิญาเป็นผู้รอบรู้ที่มากที่สุดในประเทศนี้เหรอนะครับ ถึงกล้ามาวินิจฉัยคนนั้นคนนี้ว่าถูกหรือผิด และสิ่งที่คุณสนธิญาทำเนี่ย โดยจิตสำนึกของคุณ คุณมีความรู้สึกว่าคุณทำมันถูกเหรอนะครับ”

นายสนธิญาชี้แจงว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญการที่จะไปร้องก็ใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 41 (2) ที่บอกไปแล้ว สามารถร้องทุกข์ ใส่ร้ายป้ายสี เพื่อส่วนราชการปฏิบัติงานจากที่สามารถทำได้ อีกทั้งบอกว่าทุกคนสามารถให้ความคิดเห็นได้หมด แต่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนั่นก็จะต้องเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย

ด้านนายกรุณพลกล่าวว่ากล่าว “ขอกราบเรียนคุณสนธิญาครับว่าสิ่งที่คุณสนธิญาได้ทำไปเมื่อวานนี้ และมีรูปผมอยู่ในสื่อ ทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเข้าใจสับสนว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ผิด และผมถูกว่ากล่าวจากผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ผมก็ขอสงวนสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกับที่คุณสนธิญาได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้สำหรับเพื่อการที่จะฟ้องร้องคดีฟ้องร้องคุณสนธิญา โอเคไหมนะครับ”
นอกจากนั้น ทางรายการยังโฟนอินถึงนายที่งาม เปียกแฉะจิตตรี หรือ “คิง ก่อนบ่าย” ให้ได้ร่วมสนทนา โดยนายที่งามบอกว่า อย่าลืมว่า ศิลปินดังขึ้นมาได้ ก็เนื่องจากว่าสามัญชน ศิลปินมิได้ดังขึ้นมาได้ เพราะนักการเมือง โดยเหตุนี้สิ่งที่ตนตระหนักเป็นในเมื่อสามัญชนได้รับความเดือดร้อน ก็เลยเป็นหน้าที่ของศิลปินหรือเปล่าที่จะจำเป็นต้องออกมาพูดแทนสามัญชน
“วันนี้คุณสนธิญา มีบทบาทตำแหน่งทางการเมือง ผมบอกไว้เลยว่า คุณจะนั่งในสภาได้แค่ 4 ปี แต่หากคุณเป็นตัวแทนคนดี คุณจะนั่งในใจสามัญชนตลอดกาลนะครับพี่”
ชายหนุ่มมือรชัยตอกกลับสนธิญา “พี่ก็อย่าแถมาก”

ระหว่างการดำเนินรายการ นายสนธิญายังพยายามพูดอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลของวัคซีนซิโนแวค โดยบอกว่าจำเป็นต้องเชื่อข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้านชายหนุ่ม มือรชัย ได้ตอบกลับว่า ตนไปฉีดซิโนแวคมา 2 เข็ม และตรวจภูมิคุ้มกันได้แค่ 22.6 ซึ่งตรวจจากโรงพยาบาลจุฬาลงมือณ์ แต่นายสนธิญากลับอ้างว่าจะเชื่อถือได้จะต้องเป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากกระทรวงแค่นั้น
ชายหนุ่ม มือรชัย พูดแทรกขึ้นมาโดยทันทีว่า “พี่ก็อย่าแถมาก ผมไปตรวจที่โรงพยาบาลจุฬามา พี่ไม่เชื่อโรงพยาบาลจุฬาฯ หรือหมอเห็นค่าตรวจของผมแล้วหมอบอกเลยว่า Oh My God ใจผมร่วงไปอยู่ตาตุ่มเลย หมอบอกว่าผมบางทีอาจจำเป็นต้องฉีดเข็ม 3 นอกจากนั้น คุณครูหมอหลายๆคนยังบอกอีกว่าถัดไปจำเป็นต้องเลิกสั่งซิโนแวคได้แล้ว พี่ติดตามข้อมูลบ้างหรือไม่”
ทำให้นายสนธิญาชี้แจงว่า มิได้แถ นี่เป็นข้อเท็จจริง หากเมื่อไรพวกเราไม่เชื่อระบบราชการ ไม่เชื่อวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมยกตัวอย่างในประเทศมาเลเซียก็มีข่าวยืนยันว่า วัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพและจะสั่งเพิ่ม
ช่วงเวลาเดียวกัน ชายหนุ่ม มือรชัย ก็ได้ให้คณะทำงานหาข้อมูลข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส บอกว่า “เมื่อกี้นี้พี่บอกว่าวัคซีนซิโนแวค มาเลเซียค้นคว้าทำการวิจัยว่าผลเท่ากัน mRNA เพื่อพี่จะไม่ให้ข้อมูลบกพร่อง ขออนุญาตรายงานให้ฟัง ล่าสุดสาธารณสุขมาเลเซีย เจาะจงออกมาแล้วว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมารัฐบาลซื้อซิโนแวค 16 ล้านโดส ใช้ไป 8 ล้านโดส อีก 8 ล้านโดสใช้ฉีดเป็นเข็มถัดไป ถัดไปมาเลเซียสั่งซื้อไฟเซอร์ 45 ล้านโดส กำลังจะเลิกสั่งซิโนแวคแล้ว”
แต่ หากแม้ชายหนุ่มมือรชัย จะมีหลักฐานมายืนจนกระทั่งเสริมเติม แต่นายสนธิญาก็ยังยืนยันว่า ข้อมูลที่ได้มาอัพเดตล่าสุดและถูกต้อง ทั้งยังสำนักข่าวรอยเตอร์สไม่ใช่ศูนย์ข่าว ตนได้ยินข่าวตอนขับรถมาตรงนี้เลย และข้าราชการเขาแถลงว่าเป็นข้าราชการกระทรวงของมาเลเซีย โดยแถลงว่า จากการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยของเขา ประสิทธิภาพวัคซีนใกล้เคียงกัน