บราซิลพบผู้ติดเชื้อวัววิด-19 ใหม่รายวันสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด ด้วยจำนวน 115,228 ราย จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ(23มิ.ย.) ส่งสัญญาณรอบใหม่ว่าการแพร่ระบาดกลับมาเอาจริงเอาจังอีกคราว ถึงแม้ความอุตสาหะฉีดวัคซีนตอนท้ายก็สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง หลังมีปัญหาล่าข้าในเบื้องต้น

ข้อมูลอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลกล่าวมาว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ 115,228 คน ในช่วง 1 วันก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 18,169,118 ราย จากราษฎรทั้งปวง 212 ล้านคน สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและก็ประเทศอินเดีย

นอกเหนือจากนี้แล้ว บราซิล ยังพบผู้ตายเพิ่มเติมอีก 2,392 ราย ทำให้ยอดรวมผู้ตายอยู่ที่ 507,109 ราย สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐอเมริกาชาติเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาที่เหตุการณ์ในสหรัฐอเมริกาและก็บรรดาประเทศร่ำรวยอื่นๆเริ่มดีขึ้น ผลจากอัตราการฉีดวัคซีนในชั้นสูง แต่ว่าในเดือนนี้ บราซิลและก็เหล่าชาติเพื่อนบ้านในอเมริกาใต้ ต่างพบเจอการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในตอนนั้นบราซิลกลายเป็นชาติที่มีค่าเฉลี่ยเคสผู้ติดเชื้อใหม่และก็เสียชีวิตรอบ 7 วันเยอะที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แซงหน้าประเทศอินเดียเมื่อสัปดาห์ก่อน

บราซิลผ่านหลักหมายอันน่าสงสาร ยอดผู้ตายจากวัววิด-19 เกิน 500,000 คนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศแสดงความรู้สึกไม่ถูกใจแนวทางรับมือกับโรคระบาดใหญ่ของรัฐบาล

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขบราซิล พบว่าประเทศที่นี้ดำเนินแผนการฉีดวัคซีนอย่างล่าช้า โดยจนถึงปัจจุบันมีประชากรชาวบราซิลเข้ารับวัคซีนครบ 2 โดสเพียงแค่ 12% แต่ว่าด้วยความอุตสาหะเร่งมือเมื่อเร็วๆนี้ ทำให้ในบางเมืองอาทิเมืองเซาเปาลู มุ่งมาดว่าจะฉีดวัคซีนวัยผู้ใหญ่ครบทุกคนในกันยายน

รัฐบาลของผู้นำฌาอีร์ โบลโซนารู ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อความชักช้าและก็โดนปรักปรำกระทำไม่ดีสำหรับในการหาวัคซีน ภายหลังจากไม่สนใจคำแนะนำเบื้องต้นจากไฟเซอร์เมื่อปีก่อน แถมยังไปบรรลุข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนที่ผลิตโดภารัต ไบโอเทค ที่แพงแพงกว่า

ในตอนนั้นคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งของวุฒิสภาบราซิลกำลังสืบสาวคำใส่ร้ายป้ายสีที่เกี่ยวพันกับภารัต ไบโอเทค ส่วนหนึ่งส่วนใดของการสอบปากคำอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับแนวทางสนองตอบโรคระบาดใหญ่ของรัฐบาล

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุขบราซิล ให้ปากคำกับอัยการว่าเขาเจอแรงกดดันข้างในจากผู้ช่วยคนหนึ่งของ เอมองอาร์โด ขว้างซูเอลโล รัฐมนตรีสาธารณสุข ณ ในตอนนั้น ให้จัดซื้อวัคซีนของภารัต

อย่างไรก็ดีระหว่างการแจ้งข่าวในวันพุธ(23มิ.ย.) โฆษกส่วนตัวของผู้นำ รับรองว่าไม่มีการใช้อิทธิพลยุ่งเกี่ยวในข้อตกลงกับภารัต และก็วัคซีนก็มิได้แพงแพงเกินความจำเป็น