ก้าวหน้าไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟได้แล้ว เฝ้าระวังหวั่นโครงสร้างบางทีอาจทรุด ข้างในอาคารเสียหาย จัดกลุ่มเฝ้า 24 ชม. หวั่นไฟปะทุขึ้นอีกรอบ

เจ้าหน้าที่ปกป้องและทุเลาสาธารณภัยกรุงเทพฯ จะต้องระดมรถยนต์ฉีดน้ำเข้าควบคุมแสงสว่างไฟ ที่ลุกโชนข้างในอาคารโรงงานของ บริษัท ฟลอรอคอยลแมนูแฟคเจอริ่ง กลุ่ม ข้างในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โซน 3 ซึ่งมีแถลงการณ์ว่า โรงงานแห่งนี้ ประกอบกิจการจำพวก แชมพู สบู่ เจลอาบน้ำ โลชั่นทาผิว ดังนั้น ขณะเกิดเหตุข้างในโรงงาน จึงมีสารจำพวกแอลกอฮอล์และทินเนอร์อยู่เยอะมากๆ

fire1

นักดับเพลิง แจ้งให้ใช้ความระวังสำหรับในการเข้าควบคุมไฟ เพราะว่าตัวโครงสร้างของอาคารได้รับความย่ำแย่จากเหตุอัคคีภัยเป็นเวลานานพอควร อาจจะเกิดการทรุดตัวลงมา ทั้งยัง ข้างในโรงงาน อาจมีสารทำละลาย ที่มีปฏิบัติกิริยาไวกับน้ำและไฟ แล้วก็ มีข้อมูลว่า อาจมีแอลกอฮอล์ประมาณ 30,000 ลิตร จึงจะต้องใช้โฟมสำหรับในการดับ

fire2

ด้าน พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพฯ พูดว่า เหตุเกิดประมาณ 18.06 น. ขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงที่พนักงานกำลังจะเลิกงาน เมื่อมีเหตุอัคคีภัย ทำให้ทุกคนหนีออกมาได้ ซึ่งมีการส่งรถยนต์น้ำประมาณ 30 คัน และเจ้าหน้าที่ 130 คน ช่วยดับไฟ จากการตรวจตราโรงงานที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานผลิตน้ำหอม แชมพู และ เจล ในพื้นที่มีโรงงานสุ่มเสี่ยง 12 โรงงาน และข้างหน้าโรงงาน มีถังแอลกอฮอล์ 200 ลิตร เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ เพื่อไม่ให้เกิดไฟลุกลาม

fire3

ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงสร้างตัวตึกข้างบน ยังอยู่ในภาวะดี แต่ข้างในอาคาร มีความย่ำแย่ ซึ่งเดี๋ยวนี้ ภาพรวมเป็นไม่มีอันตรายแล้ว แต่จะมีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่เสมอ 24 ชั่วโมง เนื่องจากเกรงว่าจะปะทุซ้ำอีก เหมือนเหตุที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยวันพรุ่ง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจตราหาต้นสายปลายเหตุต้นเหตุของไฟอีกที.